Fashion & Lifestyle

Fashion

Hair Treatment

Hair Treatment

Cosmetic Review

Cosmetic Review

Hair Treatment

Review : ยืดผมแบบมีโวลุ่ม แบรนด์ CHI Transformation System ไม่มีแอมโมเนีย ผมไม่เสีย

 

ตั้งแต่มาเป็น Blogger ส้มจะเจอคำถามเกี่ยวกับผมเยอะที่สุด

เพราะทุกคนน่าจะเห็นว่าส้มบำรุงผมตลอด (จนหลายๆคน เรียกว่า เป็น Blogger ผมไปแล้ว 55)

และคำถามที่ส้มเจอมากที่สุดก็คือ

“มีร้านยืดผมดีดีแนะนำมั้ยคะ” / “อยากยืดผมแบบมีโวลุ่มค่ะ”

ซึ่งเป็นคำตอบที่ส้มตอบยากมาก เพราะว่า ร้านประจำที่ส้มเคยยืดมาก่อนหน้านี้เนี่ย

เค้าย้ายไปอยู่เมืองนอกแล้ว ส้มเองก็ไม่มีร้านทำผมที่ถูกใจ

ยิ่งถ้าเป็นเรื่องการยืดผม ถ้าฝีมือช่างไม่ดี ต่อให้น้ำยาดี ผมก็เสียได้ง่าย

 

จนกระทั่งส้มได้ไปเจอพี่โจ้ โดยบังเอิญ ตอนนั้นซือดีล engoso

ไปทำทรีทเม้นท์ Brazilian Blowout

แล้วก็เลยได้ทำผมด้วย แล้วรู้สึกว่าช่างคนนี้เก่ง มีฝีมือ ทำผมใจเย็น และ

เข้าใจเส้นผมลูกค้า ก็เลยติดหนึบมาโดยตลอด 

จนล่าสุด พี่โจ้ ก็ได้มาเปิดร้านทำผมของตัวเอง

ส้มก็เลยตามมายืดผมด้วยเป็นครั้งที่ 2 หลังจากไม่ได้ยืดมาเกือบ 3 ปี

แล้วนับตั้งแต่ครั้งแรกที่ยืดของ CHI  

และวันนี้ก็เลยมาทำที่นี่ค่ะ ร้าน MONTANA RICH SALON

อยู่ชั้น 2 ของตึก RSU TOWER ปากซอยสุขุมวิท 31

(นั่งรถไฟฟ้า BTS ลงพร้อมพงษ์ แล้วเดินย้อนมาทางอโศกจะใกล้กว่าค่ะ)

 

1

และผลิตภัณฑ์ที่ร้านนี้ใช้ คือ ของยี่ห้อ CHI ซึ่งเป็นแบรนด์ไฮเอนด์ของ อเมริกาค่ะ

หลายคนอาจจะไม่ค่อยคุ้นหูกับชื่อนี้เท่าไหร่ แต่ถ้าลอง search google ดู เค้าดังมาก

เป็นสปอนเซอร์ให้กองประกวด Miss World มาโดยตลอด

แถมผลิตภัณฑ์ก็ได้รางวัลเยอะมากๆๆๆๆๆๆๆ

chi_haircare__57215

ข้อแนะนำก่อนการยืดผม

เวลาส้มจะไปทำสี หรือ ยืดผม ส้มจะดูแลผมตัวเองดีมากๆ

ซึ่งปกติก็ดูแลเยอะตลอดอยู่แล้ว แต่ถ้า 1 เดือนก่อนจะไปยืดผมส้มจะดูแลผมเยอะกว่าปกติ

 เพราะผมจะได้มีความชุ่มชื้น และแข็งแรงขึ้น อย่างการใช้น้ำมันมะพร้าวหมักก่อนสระผม

อาทิตย์ละ 2-3 ครั้ง  แต่ถ้าไม่ใช่น้ำมันมะพร้าวส้มก็จะใช้ครีมมาสก์ผมของ Moroccanoil

ที่ส้มก็ใช้ประจำอยู่แล้ว แต่จะใช้แทนครีมนวดผม หมักทิ้งเอาไว้หลังสระทุกวัน

(คือเป็นคนสระผมทุกวันอยู่แล้ว) ประมาณ 5-10 นาทีแล้วก็ค่อยล้างออก

 

สภาพเส้นผมก่อนการยืดผม

 

ส้มจะเป็นคนผมหยักศกตั้งแต่เกิด เด็กๆผมเส้นใหญ่มาก ฟูมาก และ หนามาก

ซึ่งมันจะหยักศกเป็นคลื่นใหญ่ๆด้านในผม มันทำให้ดันผมขึ้นมาแล้ว

ทำให้ผมพอง แต่ผมด้านนอกก็ตรงอยู่

เลยไม่ต้องแปลกใจทำไมส้มถึงพยายามหาทรีทเม้นท์ผมทำตลอด 

เพื่อลดให้เส้นผมเรียบขึ้น ไม่ชี้ฟู

พอทำบ่อยๆ เส้นผมก็คลายไปเยอะ ตรงกว่าเดิมเยอะ ถ้าดูแล้วก็ไม่ได้หยิกอะไร

แต่ว่าก็อยากให้มันตรงมากๆ เลยตัดสินใจยืดผมอีกครั้งค่ะ

ปล. การยืดผมไม่ใช่ว่าทุกคนจะทำได้นะคะ ช่างจะดูก่อนว่า

 เส้นผมแห้งเสียมากแค่ไหน หรือ ทำไฮไลท์มา

หรือเปล่า เพราะถ้าเป็นเช่นนั้น อาจจะไม่สามารถยืดผมได้

 เพราะโอกาสที่ผมจะเสียช๊อตเป็นฝอยๆมีสูงมาก

 

2

 

ส่วนขั้นตอนการยืดผมของ CHI Transformation System จะมีขั้นตอนดังนี้ค่ะ

ขั้นตอนที่  1

ช่างจะเลือกน้ำยายืดผมที่เหมาะกับสภาพเส้นผมของส้ม

เพราะเป็นผมที่ผ่านการทำสี และ สารเคมีมาก่อน ช่างก็เลยเลือก สูตร B สีฟ้า ค่ะ

 

ขั้นตอนที่ 2

ช่างจะทำการสระผมด้วย Infra Shampoo

โดยไม่เกาหนังศีรษะเพื่อไม่ให้หนังศีรษะระคายเคือง

จากนั้นก็ล้างผมให้สะอาด และทำการนวดผมด้วย Infra Treatment แล้วทิ้งไว้ 5 นาที

จากนั้นก็ล้างด้วยน้ำเปล่าตามปกติ และเช็ดผมให้หมาดค่ะ

 

4

ขั้นตอนที่ 3

ช่างจะฉีด Keratin Mist ให้ทั่วเส้นผม แล้วก็จะชโลมด้วย Silk Infusion

เพื่อเป็นการบำรุงเส้นผมก่อนการไดร์ผมให้แห้ง  ซึ่งเค้าจะไดร์ให้แห้งแค่ 80% นะคะ

ผมก็จะแห้งหมาดๆ ไม่แห้งสนิทค่ะ

 

5

ช่างจะทำการแบ่งผมเป็น 4 ส่วนค่ะ เพื่อสะดวกต่อการชโลมน้ำยายืด

และง่ายต่อการเชคสภาพเส้นผม เพื่อตรวจสอบความยืดหยุ่นของผม 

 

6

 

พอแบ่งผมเสร็จแล้ว  ช่างก็จะนำน้ำยายืดผม ขวดที่เขียนว่า

Phase 1 Transformation System Solution 

มาทาทั่วเส้นผมตามที่แบ่งเอาไว้ โดยเว้นโคนประมาณ 2 ซม.ค่ะ

 

7

 

จากนั้นก็ทิ้งเอาไว้ประมาณ 30 นาที หรือ นานกว่านั้น ขึ้นอยู่กับสภาพเส้นผมค่ะ

 จะบอกว่ากลิ่นน้ำยายืดของ CHI นี่อ่อนมากๆ คือมีกลิ่นนะ

แต่เบามากๆ ไม่มีความฉุนเหมือนยี่ห้ออื่นที่เคยทำเลย

เพราะเค้าใช้สารสกัดจาก ซังข้าวโพดเป็นหลักเลยค่ะ

ไม่มีแอมโมเนีย หรือสารเคมีที่จะทำร้ายเส้นผมอย่างรุนแรง 

 

8

ขั้นตอนที่ 4

พอผมได้ที่แล้ว (พูดยังกับทำอาหารเลย 55)

ก็จะทำการล้างผมด้วยน้ำอุ่นให้สะอาด โดยไม่ได้ใช้แชมพูนะคะ

โดยจะล้างผมไปจนกว่าไม่มีกลิ่นน้ำยายืดผมติดค้างบนผมเลยค่ะ ก็ประมาณ 10 นาทีได้

พอกลิ่นน้ำยาหมดแล้ว ช่างก็จะใช้ Infra Treatment (เหมือนที่ใช้ตอนแรก)

นวดเส้นผมให้ทั่ว แล้วก็ทิ้งเอาไว้ 5 นาที จากนั้นก็ค่อยล้างออกด้วยน้ำอุ่น

ซึ่งขั้นตอนนี้ ช่างจะไม่ใช้หวีเลยค่ะ เพราะป้องกันการเสียดสีของเส้นผม

(ขั้นตอนละเอียดมากของ CHI เนี่ย!)

 

9

 

ขั้นตอนที่ 5 

 

พอเช็ดผมให้แห้งหมาดแล้ว ช่างก็จะชโลม Silk Infusion 

เพื่อบำรุงเส้นผมก่อนการไดร์ผม จากนั้นช่างก็จะไดร์ผมตามปกติค่ะ

 

10

 

 พอไดร์จนผมแห้ง..สิ่งหนึ่งที่ส้มสังเกตได้คือ

 

“ผมเรียบตรงและเป็นเงา แถมยังนิ่มอีกต่างหาก คือ มันไม่เหมือนยืดผมเลย

เหมือนบำรุงผมมากกว่า ที่กล้าบอกแบบนี้เพราะ

ส้มเคยยืดยีห้ออื่นมาแล้ว 3 ยี่ห้อ เลยจำความรู้สึกและสามารถเทียบได้จริงๆ”

คือถ้าหากเป็นยี่ห้ออื่นที่ส้มเคยยืดเนี่ย ในขั้นตอนไดร์ผมแห้งก่อนการหนีบ

ผมจะดูแข็งทื่อ ไม่มีความเงา ปลายผมจะแห้งมาก”

แต่พอเป็นของ CHI ที่ทำวันนี้ สัมผัสได้ถึงความแตกต่างเลยค่ะ

(ถ้าใครเคยยืดผมมา จะพอเข้าใจค่ะ)

 

11

ขั้นตอนที่ 6

ในขั้นตอนนี้ ช่างจะทำการรีดผมให้ตรง โดยใช้เครื่องหนีบผม

อุณหภูมิความร้อนก็ต้องพอดีกับเส้นผม และจังหวะในการหนีบ ในการรีดผม ต้องพอดี

ส้มถึงบอกว่า ขั้นตอนนี้สำคัญมากๆ ผมจะหักโคน ผมจะหยิกฝอย อะไรก็แล้วแต่

ขั้นตอนนี้เป็นหัวใจหลักอย่างนึงเลย ถึงบอกว่า มันขึ้นอยู่กับฝีมือช่างล้วนๆ

ถ้าหากว่าช่างใจร้อน รีบหนีบ ผมก็จะไม่ตรง และโอกาสที่ผมจะหักโคนมีสูงมาก

(เพราะเคยเจอมาแล้วกับตัวเมื่อสิบปีที่แล้ว กับร้านนึงที่เคยทำ แต่ตอนนี้เจ๊งไปแล้วที่อุดร 555)

 

แต่ฝีมือพี่โจ้นี่ยอมรับเลย เพราะส้มชอบสังเกตเวลาพี่เค้ารีดและหนีบผม

 เค้าจะหนีบผมในปริมาณที่พอดี แล้วก็ความร้อนพอดี หนีบผมสม่ำเสมอ

ไม่จับเครื่องจนแรงจนเกินไป แล้วผมที่ออกมาไม่เสียเลย

 (บอกเคล็ดลับเลยนะ เวลาทำที่ร้านไหนให้สังเกตตอนช่างหนีบผม

แค่นี้ก็รู้แล้วว่า ช่างคนนั้นใจเย็น หรือ ใจร้อน)

 

12

ขั้นตอนที่  7

 

พอดีว่าส้มมีปัญหาเรื่องสีผมที่มันยังไม่เท่ากันอยู่ 

ส้มเลยให้พี่โจ้ ทำสีผมให้กลมกลืนด้วย ซึ่งสีที่เลือกใช้ ก็เป็นสีของ CHI ค่ะ

 ซึ่งเค้าก็จะมีสูตรผสมน้ำยาที่สามารถทำสีและโกรกเพื่อล๊อคเส้นผมให้ตรง

ในขั้นตอนเดียว ไม่ต้องโกรกล๊อคผมยืดก่อน แล้วค่อยทำสี

 

ปล. แต่การทำสีในขั้นตอนของการยืดผมของ CHI นั้น 

จะไม่สามารถทำสีสว่างๆได้นะคะ

ส้มจึงเลือกทำสี ASH เป็นสีน้ำตาลให้เส้นผมมีสีที่กลมกลืนกันมากขึ้นเท่านั้นค่ะ

 

13

 

จากนั้นก็ทาลงบนเส้นผม โดยที่แบ่งผมเป็นส่วนๆเอาไว้แล้ว

จากนั้นก็ทิ้งเอาไว้ 15 นาทีแล้วก็ล้างออกค่ะ

 

14

 

แต่ถ้าตามขั้นตอนการยืดของ CHI ปกติ หากไม่ได้ทำสีผม 

ก็จะใช้น้ำยาโกรก ที่เขียนว่า Phase 2 Transformation System Bonder  

ทาทั่วเส้นผมแล้วก็ทิ้งเอาไว้  5-10 นาทีแล้วก็ล้างออกค่ะ

 

7

 

ขั้นตอนที่ 8 

 

พอทิ้งผมเอาไว้ครบตามกำหนดแล้ว ก็ล้างน้ำให้สะอาด 

 

โดยไม่ต้องใช้แชมพู แล้วก็เช็ดให้หมาด

แล้วก็ใช้ Infra Treatment นวดเส้นผมให้ทั่ว แล้วก็ทิ้งเอาไว้ 5 นาที

พอครบ 5 นาที ก็ล้างน้ำเปล่าตามปกติ แล้วก็เช็ดผมให้หมาดอีกครั้งค่ะ

 

16

สุดท้ายก่อนไดร์ผมให้แห้ง ก็จะชโลม Silk Infusion ให้ทั่ว

เพื่อเคลือบและบำรุงเส้นผม แล้วก็ไดร์ผมตามปกติค่ะ

แค่เป่าลมเฉยๆ ผมก็ตรงแล้วค่ะ ชอบมากๆๆๆๆๆๆ

 

17

ผลหลังการยืดผม CHI

ดูจากรูปด้านล่างนะคะ ส้มรู้สึกว่าผมเหมือนมาไดร์ตรงธรรมดา

ไม่เหมือนยืดผมเท่าไหร่ เพราะผมยังดูมีโวลุ่ม

โดยเฉพาะโคนผม ไม่ลีบแบนเหมือนทุกทีที่เคยทำ

นี่ก็เลยทำให้เข้าใจว่าทำไม เค้าถึงบอกว่า ยืดผมของ CHI จะเป็นการยืดผมแบบมีโวลุ่ม

เส้นผมก็เงา ผมนิ่มมาก  ปลายผมที่เคยชี้ และเริ่มแห้งนั้น ก็ไม่ได้แห้งเลย

แถมเรียบขึ้นด้วยค่ะ ประทับใจและชอบมากๆๆๆๆๆๆ

 

19

 

ถ้าเอารูปก่อนและหลังยืดมาเทียบกัน จะเห็นได้เลยค่ะว่า

 เส้นผมเรียบมากยิ่งขึ้น มีน้ำหนักมากขึ้น แต่สีที่แตกต่างกัน

เพราะส้มทำสีน้ำตาล ASH ที่เข้มขึ้นเพื่อให้สีผมกลมกลืนกันมากยิ่งขึ้นนั่นเองค่ะ 

 

18

 

และถ้าใครอยากเห็นขั้นตอนการยืดผมของ CHI ส้มได้อัดเป็นคลิปมาให้ดูด้วยนะคะ

VDO การยืดผมแบบโวลุ่ม ของ CHI คลิกดูด้านล่างนี้ได้เลยค่ะ

 

 


 ข้อดีและข้อเสียของการยืดผม CHI

 

ข้อดี : ไม่มีแอมโมเนีย หรือ สารเคมีที่เป็นอันตรายอื่นๆเป็นส่วนผสม”

ซึ่งเป็นจุดหนึ่งที่ส้ม ตัดสินใจทำอีกเป็นครั้งที่ 2 ค่ะ

 เพราะเราเคยยืดมาแล้วผมไม่เสียเลย ทำเสร็จ ผมนุ่ม ลื่น เป็นเงา มีน้ำหนัก 

ทิ้งตัวสวย ไม่แข็งทื่อโคนผมไม่ลีบแบน ดูสุขภาพดีขึ้นเยอะเลย 

ข้อดีอีกอย่างคือ “สามารถสระผมในวันรุ่งขึ้นหลังจากทำได้เลยค่ะ”

ไม่ต้องทิ้งไว้ 3 วันเหมือนการยืดผมของยี่ห้อทั่วไป

เนื่องจากของ CHI ไม่มีแอมโมเนียผสมนั่นเองค่ะ

ข้อเสีย : ราคาแพงกว่ายืดผมทั่วไป เพราะ CHI ไม่มีแอมโมเนียหรือสารเคมีแรงๆ

ที่จะทำร้ายเส้นผมแต่จะใส่สารบำรุงในผลิตภัณฑ์ยืดผมด้วย

 ทำให้เส้นผมไม่เสีย และขั้นตอนการทำเยอะและละเอียดมาก 

ใช้เวลานานค่ะ สำหรับผมยาวอย่างส้มก็ประมาณ 5.30 ชม.ค่ะ

 

ผลหลังจากยืดผม 1 วัน 

ส้มได้สระผมตามที่ช่างบอก เพราะเค้าบอกว่า ไม่ต้องรอถึง 3 วัน 

เหมือนการยืดผมของยี่ห้ออื่นๆ ส้มก็เลยได้ลองสระผมด้วยผลิตภัณฑ์ใหม่

ที่ทางร้านแถมมาให้ เป็น CHI Keratin Shampoo และ 

ตามด้วยครีมนวด CHI Keratin Conditioner

จากนั้นเช็ดผมให้แห้งหมาด แล้วใช้ CHI Keratin Silk Infusion 

ชโลมเฉพาะช่วงผมจากติ่งหูลงมาถึงปลาย

เพือบำรุงเส้นผมให้นุ่มลื่น แล้วก็เป่าแห้งด้วยลมเย็น ไม่ได้ใช้หวีเลยค่ะ 

ผมก็เรียบตรงลื่นเป็นเงา นิ่ม เหมือนที่ยืดเมื่อวานเลยค่ะ ปลื้มมากกกกกกกกกกก

 

20

 

วิธีการดูแลเส้นผมหลังจากการยืดผม

1.  ไม่ควรไดร์ผม หนีบผม ม้วนผม ด้วยความร้อนสูงๆ

จะทำให้เส้นผมขาดง่าย แห้งเสียได้เร็ว

ควรงดกิจกรรมเหล่านี้ประมาณ 1 เดือนหลังจากยืดผม

 

2. งดการเหน็บหู ติดกิ๊บ มัดผม เป็นเวลา 1 เดือนหลังยืดผม

เพราะจะทำให้เส้นผมเป็นรอยได้ง่าย

 

3. ควรหมักผมบ่อยๆ อาจจะใช้น้ำมันมะพร้าวหมักก่อนสระผม อาทิตย์ละ 2-3 ครั้ง

หรือ จะใช้ครีมหมักผมทั่วไป หมักเฉพาะช่วงปลายผม แทนการใช้ครีมนวด

เพราะครีมหมักผมมันจะมีความเข้มข้นของสารบำรุงมากกว่าครีมนวดทั่วไป

 

4. อบไอน้ำผมบ้างอย่างน้อยก็เดือนละ 1-2 ครั้ง และควรทำเป็นประจำ

 

เพื่อความเข้าใจที่มากขึ้นเกี่ยวกับการยืดผม โปรดอ่าน!!

การยืดผมถาวร ไม่ได้แปลว่า จะยืดแล้วผมงอกขึ้นใหม่ก็จะตรงนะคะ

เราทำการยืดผมเฉพาะผมที่เรามองเห็นเท่านั้น ตั้งแต่โคนลงมา

ฉะนั้น เวลาผ่านไป ผมงอกขึ้นมาใหม่ มันก็คือโครงสร้างเส้นผมเราจริงๆ ถ้าหากเป็นคนผมหยิก

อย่าเข้าใจว่า ยืดผมแล้ว ผมขึ้นใหม่ก็จะตรง มันเป็นไปไม่ได้!!  ต้องคิดถึงหลักความจริงกันด้วย

 ที่เค้าแนะนำว่า ให้เรายืดผมทุก 6-8 เดือนนั้น ก็เพราะเค้าต้องการให้เส้นผมงอกขึ้นมาใหม่

มีความยาวมากพอที่จะทำการยืดได้ ปกติก็ประมาณ 1 คืบค่ะ  ไม่ว่าจะน้ำยายืดผมยี่ห้อไหน ก็จะเหมือนกันตรงจุดนี้ค่ะ

ที่เราจะต้องไปยืดผมซ้ำๆ หากต้องการให้เส้นผมขึ้นใหม่ ตรงเหมือนกัน หวังว่าจะเข้าใจตรงกันนะคะ

 

 

 

ราคาและสถานที่

ราคา : ยืดผมโวลุ่มของ CHI จะอยู่ที่ประมาณ  4,000-7,000 บาท

ขึ้นอยู่กับสภาพเส้นผม และ ความยาว ความหนาของผม อย่างผมส้ม

 จะอยู่ที่ 7,000 บาทค่ะ (เพราะผมยาวมากและหนามากด้วย)

สถานที่ : ร้าน Montana Rich Salon ชั้น 2 ตึก RSU Tower ปากซอย สุขุมวิท 31

การเดินทาง : BTS จะสะดวกสุดค่ะ นั่งไปลงสถานีพร้อมพงษ์ 

แล้วเดินย้อนมาทางอโศก ตึกจะอยู่ฝั่งขวาของถนนสุขุมวิทค่ะ 

ด้านล่างตึกจะมีร้าน S&P อยู่ค่ะ หาไม่ยาก

 

สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่

https://www.facebook.com/pages/Montana-Rich/333717433480888

หรือโทรสอบถามข้อมูลหรือ นัดจองคิวได้ที่เบอร์  02 662 2854 

 

สุดท้ายนี้ก็ต้องขอขอบคุณทางร้าน Montana Rich Salon ที่เชิญส้มไปใช้บริการในครั้งนี้นะคะ

ขอบคุณช่างผมทุกคนที่ดูแลเป็นอย่างดี เลิฟๆๆๆๆๆๆ

 

111

 

ขอบคุณทุกคนที่ติดตามอ่านนะคะ

หวังว่าคงจะเป็นประโยชน์กับทุกคน และก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่ง

ให้กับคนที่กำลังต้องการยืดผมแบบมีโวลุ่มได้นะคะ

  แล้วพบกันใหม่ในรีวิวครั้งหน้าค่ะ

 

Previous Post Next Post

You may also like

No Comments

Leave a Reply