Review: ทรีทเม้นท์บำรุงผมเรียบลื่นมีน้ำหนักพร้อมบำรุงแกนผมด้วย Brazilian Blowout สูตรใหม่

February 18, 2018

เป็นประจำทุก ๆ 3 เดือน ส้มจะต้องไปทำทรีทเม้นท์บำรุงผม

เพราะเมื่อไหร่ก็ตามที่จับผมแล้วรู้สึกผมแห้ง หรือ ไม่ค่อยทิ้งตัว จะไม่มั่นใจเลยค่ะ

ส่วนใหญ่ ส้มก็จะทำ Brazilian Blowout หรือไม่ก็ Keratin Complex

ก็จะทำสลับกันไปแล้วแต่อารมณ์ ฮ่าๆๆๆๆ

พอดีว่าล่าสุด ทางพี่โจ้ (ร้าน Montana Rich) บอกว่า

“Brazilian Blowout ออกสูตรใหม่ ที่มีส่วนผสมของ Bond เข้ามาด้วย”

 ส้มก็ไม่รอช้า รีบมาลองเลยทันที แล้วก็ประทับใจผลลัพธ์ เลยต้องจัดรีวิวให้ทุกคนได้อ่านกัน

.

สิ่งที่เปลี่ยนไปจากเดิมคือ

“แชมพูเปิดเกล็ดผม สเปรย์บำรุงข้อต่อผมด้านใน และ ขั้นตอนการทำที่ใช้เวลาน้อยลงกว่าเดิม”

 

เอาล่ะ….เดี๋ยวมาดูกันเลยว่า มีขั้นตอนอย่างไรบ้าง

แล้วส้มจะอธิบายเปรียบเทียบความแตกต่างจากสูตรเดิมในระหว่างขั้นตอนการทำไปด้วยเลย

.

Step 1 : เปิดเกล็ดผมด้วย Açai Anti-Frizz Shampoo 

ถ้าเป็นสูตรเดิม แชมพูจะเป็นเหมือนแชมพูทั่วไป ซึ่งต้องสระ 2-3 ครั้งเพื่อเปิดเกล็ดผม ให้ผมมีความฝืด

เพื่อที่จะได้เติมสารอาหารเข้าไปได้

แต่สูตรใหม่นี้ จะเป็นรูปแบบ Ionic Bonding Spray เป็นแชมพูแบบสเปรย์

เปิดเกล็ดผมได้ภายใน 1 ครั้งที่สระ ปลอดภัยต่อคนทำสีผม ไม่ทำให้สีผมเปลี่ยน 

(แต่ว่าถ้าผมสกปรกมากๆ เช่นใส่สเปรย์ ใส่เจล แวกซ์ อะไรมาก่อน จะต้องสระ  2 ครั้งค่ะ

ซึ่งช่างจะเป็นคนพิจารณาเส้นผมก่อนที่จะทำการสระผม)

สำหรับผมส้ม คือก่อนทำเนี่ย สระผมมาก่อนหน้าหนึ่งคืนแล้ว สระครั้งเดียวก็พอค่ะ

จากนั้นก็ล้างผมให้สะอาด เตรียมทำขั้นตอนต่อไป

.

 

.

Step 2 : เติมทรีทเม้นท์ให้ผมนุ่มมีน้ำหนักด้วย Original Smoothing Solution 

ตัวนี้จะเป็นนางเอกเลย เป็นตัวบำรุงที่จะเติมให้เส้นผมหลังจากเปิดเกล็ดผมหลังสระ

ทำให้สารบำรุงเข้าสู่เส้นผมได้เต็มที่ เป็นตัวที่จะทำให้เส้นผมของเรา มีน้ำหนัก ทิ้งตัว ลดชี้ฟู เป็นเงางามมากยิ่งขึ้น

ทรีทเม้นท์จะเกาะอยู่รอบเส้นผม  สร้างตัวเป็นชั้นโปรตีนป้องกันเส้นผมของคุณทำให้ผมนุ่มลื่น

และทำให้เส้นผมชั้นนอกเรียบมากยิ่งขึ้น

.

ขั้นตอนก็คือ ใช้แปรงจุ่มทรีทเม้นท์แล้ว ป้ายลงบนช่อผมที่แบ่งเอาไว้ แล้วหวีให้ทรีทเม้นท์ซึมเข้าเส้นผมทุกเส้น

ขั้นตอนนี้สำคัญมากๆ ค่ะ ถ้าช่างแบ่งผมไม่ดีพอ หนาเกินไป ใส่น้ำยาน้อยเกินไป

มันก็จะทำให้เส้นผมดูดซับเอาทรีทเม้นท์ได้ไม่ทั่วถึง ซึ่งมันจะส่งผลถึงผลลัพธ์หลังทำ

.

.

.

พอทาและหวีครบทั้งหัวแล้ว ช่างก็จะทำการไดร์ผมทันที (คือยังไม่ได้ล้างผมออกนะคะ) 

ไดร์จนผมทุกเส้น แห้งสนิทเลยค่ะ

.

.

หลังจากที่ไดร์จนผมแห้งเส้นหมดแล้ว  จากนั้นก็จะเป็นขั้นตอนการรีดผม

มันอาจจะดูคล้ายๆ ยืดผมค่ะ แต่ไม่ใช่การยืดผมนะคะ ย้ำอีกครั้ง เดี๋ยวเข้าใจผิด

(การทำ Brazilian Blowout ไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างเส้นผมที่หยิกให้ตรงเหมือนการยืดผม)

.

ในขั้นตอนนี้ ช่างก็จะใช้เครื่องหนีบผม รีดผมอีกครั้ง เพื่อที่จะให้น้ำยาซึมเข้าเส้นผมลึกเข้าไปอีก

 ขั้นตอนนี้จะทำให้ เส้นผมเรียบลื่นมีน้ำหนักมากขึ้นค่ะ

เป็นอีกขั้นตอนที่สำคัญมากๆ เพราะถ้าช่างไม่ชำนาญ ปริมาณผมที่หนีบผม น้ำหนักมือ และ  ความร้อนของเครื่อง

ถ้าไม่พอดี มากเกินไป หรือน้อยเกินไป มันก็จะส่งผลต่อเส้นผมเราได้ค่ะ

บางคนทำแล้วผมช๊อตเสียก็มีเหมือนกัน หรือทำออกมาแล้ว ผมไม่นุ่มไม่ทิ้งตัวก็มีค่ะ

.

.

หลังจากหนีบผมเสร็จเรียบร้อย ก็ล้างผมอีกครั้งค่ะ

.

.

Step 3 :  ฉีด Ionic Bonding Spray

ถ้าเป็นสูตรเดิม จะเป็นขั้นตอนของการมาส์กผมเพื่อให้ทรีทเม้นท์ผมอยู่นานขึ้น

แต่สูตรใหม่ จะใช้ Ionic Bonding Spray ทีจะช่วยปิด cuticle เส้นผมได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เป็นตัวที่ทำให้ทรีทเม้นท์ที่เราทำในขั้นตอนที่ 2 ไปนั้น อยู่ได้นานขึ้น ซึ่งปกติก็จะอยู่ได้นานสุด 3 เดือนค่ะ

ตัวสเปรย์นี้ มันจะคล้ายๆ กับ OLAPLEX ค่ะ คือมันจะช่วยบำรุงข้อต่อที่อยู่ภายในแกนผม ให้มีความแข็งแรงมากยิ่งขึ้น

เค้าใช้เทคโนโลยีที่จะช่วยสมานไฟเบอร์ผมที่อ่อนแอด้วยกรดอะมิโน

ให้เส้นผมไม่แห้ง ไม่ทำให้เส้นผมชี้ฟู และ ช่วยปกป้องเส้นผมจากความร้อนจากสภาวะแวดล้อมภายนอกได้

.

โดยจะฉีดสเปรย์ตัวนี้ทั่วเส้นผม แล้วหวีให้ทั่วเส้นผม ให้สารบำรุงเข้าสู่เส้นผมให้ทั่วค่ะ

.

.

Step 4:  ใส่เซรั่ม Açai Daily Smoothing Serum

สูตรเก่าจะไม่ได้ใส่ตัวนี้ค่ะ

สำหรับสูตรใหม่นี้ เค้าจะใส่เซรั่มนี้ก่อนไดร์ผมเป็นขั้นตอนสุดท้าย

เซรั่มนี้จะเป็นแบบ Leave- In ก็คือไม่ต้องล้างออก

เป็นเซรั่มที่จะช่วยทำให้เส้นผมเรียบลื่น บำรุงเส้นผม และปกป้องเส้นผมจากความร้อนจากอุปกรณ์ทำผม และ แสงแดดค่ะ 

ตัวนี้เค้าจะมี Brazilian Super-Nutrient Complex ที่อุดมไปด้วย อะมิโนแอซิด

ที่จะช่วยทำให้เส้นผมแข็งแรงและปรับโครงสร้างเส้นผมให้มีความชุ่มชื้นและไม่ทำให้ผมชี้ฟูเมื่อเจออากาศชื้นภายนอก 

ผลลัพธ์หลังจากใช้ คือ เส้นผมเรียบลื่น มีน้ำหนัก และเป็นเงา ช่วยปกป้องเส้นผมจากรังสี UVA/UVBได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

.

พอใส่เซรั่มเรียบร้อย ก็เป่าผมให้แห้ง

ถ้าสังเกตคือ ช่างแทบจะไม่ได้ใช้หวีเลยค่ะ  ใช้แค่ลมจากไดร์เป่าผม

เพื่อเป่าให้ผมแห้งสนิทเท่านั้นเอง  แต่สังเกตได้ชัดเลยว่า

“เส้นผมหลังทำทรีทเม้นท์ มีน้ำหนัก เรียบ เป็นเงาขึ้นกว่าตอนแรกที่ทำ”

เพราะงี้แหละค่ะ….ส้มถึงได้ชอบบำรุงผมด้วย Brazilian Blowout เป็นประจำ

มันดีมากจริงๆๆๆๆๆ

หลังจากใช้เวลาไม่ถึง 2 ชม. ก็เสร็จเรียบร้อย

ผมนุ่มสลวย มีน้ำหนัก ทิ้งตัวสวยแล้ว มีความสุข ^_^

.

.

เปรียบเทียบผม ก่อน และ หลังทำ Brazilian Blowout สูตรใหม่

ก่อนมาทำผม คืนก่อนหน้าส้มสระผม แล้วมัดผมแล้วก็นอน ผมก็จะเป็นรอยมัดผม ฮ่าๆๆๆ

แล้วก็มีความชี้ฟูบ้าง ไม่เรียบเท่าไหร่ เพราะช่วงเดือนที่ผ่านมา พาผมไปเจอแดด ไปเจอมลภาวะเยอะเลย

(อากาศกรุงเทพช่วงที่ผ่านมา ส่งผลกับผมมากจริงๆ ค่ะ)

ผมเริ่มแห้งโดยเฉพาะปลายผม และ ขาดความเงางาม

พอทำ Brazilian Blowout ตัวใหม่นี้ คือ ใช้เวลาน้อยลงกว่าเดิม (ปกติ 3 ชม.)

แล้วก็ให้ผลลัพธ์ที่ดีเหมือนกัน เพียงแต่ ตัวนี้มันจะมีตัว Ionic Bonding Spray เข้ามา

เพื่อที่จะช่วยบำรุงถึงแกนข้อต่อเส้นผมภายในเลย นับว่าเป็นจุดเด่นมากๆ ของสูตรใหม่

เพราะไม่ได้แค่บำรุงเส้นผมภายนอก แต่เข้าไปถึงแกนผมข้างใน

และผมเราก็จะมีความเงา มีน้ำหนักแบบนี้ อยู่ได้นานถึง 3 เดือนสูงสุดค่ะ

ช่วงนี้ ต้องงดใช้แชมพูที่มีสารซัลเฟตนะคะ เพราะมันจะไปล้างเอาทรีทเม้นท์ที่เกาะผมอยู่ให้หลุดออก

ถ้าเป็นไปได้ ก็แนะนำให้ใช้แชมพูครีมนวดของ Brazilian Blowout ค่ะ

เพื่อบำรุงเส้นผมอย่างต่อเนื่อง

.

.

ราคาและซาลอนที่ให้บริการ

ราคาขึ้นอยู่กับความยาวผม เริ่มตั้งแต่ 4,000- 10,000 บาท

ส้มทำที่ร้านประจำค่ะ Montana Rich อยู่ชั้น 2 ตึก RSU Tower ปากซอยสุขุมวิท 31

(สามารถขับรถมาจอดที่ตึกได้ หรือ นั่ง BTS ลงสถานีพร้อมพงษ์ แล้วเดินย้อนขึ้นมาทางอโศก ตึกอยู่ปากซอย สุขุมวิท 31 )

โทรสอบถามและจองคิวได้ที่ เบอร์ 02-662-2854

หรือ ทาง Facebook Page ของร้าน

https://www.facebook.com/pages/Montana-Rich/333717433480888

.

ยังไงวันนี้ ต้องขอขอบคุณทุกคนที่ติดตามอ่านรีวิวนี้นะคะ

แล้วพบกันใหม่ในรีวิวครั้งหน้าค่ะ

Leave a comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Prev Post Next Post